โอกาสและทิศทางการปลูกข้าวสาลีในประเทศไทย
นางสาวกาญจนา อนุพันธุ์
นักเอกสารสนเทศชำนาญการ
ฝ่ายสารสนเทศ สำนักหอสมุด มก.
ข้าวสาลี (Triticum spp.) เป็นพืชจำพวกธัญพืช ปลูกมากในแถบประเทศตะวันออกกลาง เหนือเส้นศูนย์สูตร หรือในเขตอบอุ่น หรือเขตหนาวบางเขต ส่วนประกอบของเมล็ดข้าวสาลีประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่ แป้ง (70%) และแร่ธาตุอื่นๆ (30%) และในต้นข้าวสาลีมีธาตุอาหารมากกว่า 100 ชนิด ซึ่งรวมแร่ธาตุหลักๆ ที่ร่างกายต้องการ และแร่ธาตุรองที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย วิตามินในกลุ่มบีคอมเพล็กซ์ครบถ้วน นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในเรื่องของแหล่งโปร – วิตามินเอ ที่สูงที่สุดในบรรดาอาหารต่าง ๆ รวมทั้งมีวิตามินซี อี และเค เป็นจำนวนมาก น้ำต้นข้าวสาลีมีโปรตีนอยู่ 25 % ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อปลา ไข่ ผลิตภัณฑ์นม หรือถั่วต่าง ๆ มากไปกว่านี้ยังมีสารต้านเชื้อรา สารต้านพิษจากเชื้อราที่เรียกว่า laetrile อีกด้วย ข้าวสาลี เป็นธัญพืชอย่างดีที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคกระเพาะ สำหรับผู้ป่วยระหว่างพักฟื้น ในทางยาใช้เมล็ดแก่ในขนาด 15-30 g. ต้มกินน้ำเป็นยาบำรุงหัวใจ ช่วยให้นอนหลับ และช่วยลดความดันโลหิตสูง
แหล่งผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ในประเทศไทย ได้แก่ อ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และ อ.บ่อเกลือ จังหวัดน่าน (ที่มาข้อมูล: https://th.wikipedia.org/)
จากการศึกษางานวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์พื้นที่เหมาะสมสำหรับการปลูกข้าวสาลีในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของงานวิจัยเพื่อ วิเคราะห์พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวสาลีด้วยระบบ GIS โดยเน้นพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดน่านและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรองรับการผลิตข้าวสาลีในประเทศ เนื่องจากปริมาณการนำเข้าข้าวสาลีเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งงานวิจัยนี้ได้ใช้วิธีวิจัยที่เรียกว่า การวิเคราะห์ซ้อนทับ (Overlay Analysis) ด้วยระบบ GIS ผ่านการประเมินจาก 12 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับดินและภูมิประเทศ เช่น ความสูงจากระดับน้ำทะเล ความลาดชัน ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และการระบายน้ำ เป็นต้น ซึ่งแต่ละปัจจัยถูกให้ค่าน้ำหนัก (Weight) และจัดระดับความเหมาะสม
จากผลการศึกษาวิจัยพบว่าพื้นที่ในภาคเหนือส่วนใหญ่ยังไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวสาลี แต่ก็มีบางพื้นที่ที่เหมาะสมมาก ได้แก่ อ.แม่อาย อ.แม่แตง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ และ อ.แม่ทะ อ.วังเหนือของ จ.ลำปาง รวมพื้นที่ที่อยู่ในระดับ “ความเหมาะสมมาก” ทุกจังหวัดรวมแล้วมีศักยภาพปลูกข้าวสาลีในระดับที่น่าสนใจ
ความน่าสนใจและการนำมาใช้ประโยชน์ต่อยอดจากผลงานวิจัยนี้ สามารถแบ่งเป็นแนวทางการใช้ประโยชน์ได้ดังนี้
1. การวางแผนการผลิตข้าวสาลีในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าข้าวสาลีและยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
ในพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวสาลี
2. การตัดสินใจของหน่วยงานรัฐและเอกชนเพื่อลงทุนผลิตข้าวสาลีในประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ในการกำหนดนโยบายพัฒนาเกษตรกรรม
3. ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวสาลี ทำการทดลองปลูกข้าวสาลี โดยใช้ข้อมูลดินและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลผลิต
4. การพัฒนาเชิงพาณิชย์ เช่น แบรนด์ข้าวสาลีท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตภายในประเทศ และสร้างผลิตภัณฑ์จากชุมชน

ข้อดีของงานวิจัยนี้
งานวิจัยนี้ได้ ใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ มีการประเมินจากหลายปัจจัยเพื่อความแม่นยำ ทำให้มีความน่าเชื่อถือสูง เหมาะสำหรับการนำไปใช้จริงในพื้นที่ที่เหมาะสมและขยายผลในอนาคต ทั้งนี้หากนำแนวทางการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเรื่องนี้ไปใช้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ จะก่อให้เกิดผลดีหลายด้านต่อเกษตรกรและภาคการเกษตรของไทยดังนี้
ผลดีต่อเกษตรกร
1. เกษตรกรมีทางเลือกใหม่ในการเพาะปลูก เพราะข้าวสาลีเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ หากมีตลาดรองรับ เกษตรกรในพื้นที่ที่เหมาะสม สามารถเปลี่ยนจากพืชที่ให้ผลตอบแทนน้อยมาปลูกข้าวสาลีได้
2. การเพิ่มรายได้ในระยะยาว หากปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม จะให้ผลผลิตดี ต้นทุนต่ำกว่าปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น
3. ลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศและดิน เพราะการปลูกในพื้นที่ที่วิเคราะห์แล้วว่าปลอดภัยจากปัญหาดินเค็ม น้ำท่วม หรือดินไม่สมบูรณ์
4. ได้รับการสนับสนุนจากรัฐง่ายขึ้น เช่น โครงการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ พื้นที่ต้นแบบการผลิต หรือสนับสนุนปัจจัยการผลิต
ผลดีต่อภาคการเกษตรของประเทศ
1. ลดการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศ การปลูกเองได้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประเทศได้มาก
2. เพิ่มความมั่นคงทางอาหาร เพราะมีแหล่งวัตถุดิบในประเทศสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เบเกอรี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว และอาหารสัตว์ เป็นต้น
3. ใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากการระบุพื้นที่ที่เหมาะสมจริง
4. สร้างโอกาสด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร เช่น การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวสาลีไทย การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การสร้างแบรนด์สินค้าในชุมชน
5. กระจายรายได้สู่พื้นที่ห่างไกล หลายพื้นที่ที่เหมาะสมอยู่ในจังหวัดที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิตหลัก เช่น น่าน ลำปาง แม่ฮ่องสอน ซึ่งจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ
โดยภาพรวมแล้วหากใช้งานวิจัยนี้เป็นแนวทางขยายการปลูกข้าวสาลี จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ประเทศลดการพึ่งพาการนำเข้า และภาคเกษตรไทยมีความมั่นคงยั่งยืนมากขึ้นในระยะยาว
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางต่อยอดเชิงนโยบายโดยภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1. จัดตั้งเขตพัฒนาเกษตรข้าวสาลี (Wheat Development Zone)
- จัดตั้งพื้นที่นำร่อง: อ.แม่อาย อ.แม่แตง อ.เวียงแหง (เชียงใหม่) และอ.วังเหนือ (ลำปาง)
- นำข้อมูลทาง GIS ไปใช้ประกอบการประกาศพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างเป็นทางการ
- จัดตั้งให้มีหน่วยงานสนับสนุนครบวงจร เช่น ศูนย์เรียนรู้- ศูนย์อบรม-ศูนย์พันธุ์พืชข้าวสาลี
2. สนับสนุนเมล็ดพันธุ์และองค์ความรู้ข้าวสาลี
- จัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศไทย
- จัดอบรมการปลูก การดูแล และการเก็บเกี่ยวให้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย
3. สร้างโซ่อุปทานครบวงจร (Value Chain)
- เชื่อมโยงถึงกันระหว่างเกษตรกร ผู้แปรรูป ตลาด และผู้บริโภค
- สนับสนุนสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนในการแปรรูป เช่น แป้งสาลี ขนมปัง แครกเกอร์เพื่อสุขภาพ
4. บูรณาการร่วมกับโครงการเกษตรอื่นๆ
- บูรณาการเชื่อมโยงเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสาลีร่วมกับโครงการอื่นๆ เช่น โครงการเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรอินทรีย์ หรือ Smart Farmer เป็นต้น
5. ส่งเสริมแบรนด์ข้าวสาลีไทยจากดอย
- ส่งเสริมและผลักดันให้เป็นสินค้าที่มีภูมิปัญญาและภูมิประเทศเฉพาะ มุ่งเน้นเรื่องความสะอาด ปลอดภัย โภชนาการสูง และการปลูกแบบยั่งยืน
เนื่องจากข้าวสาลียังเป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูง ในอนาคตกระแสข้าวสาลีไทยเพื่อสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีกทั้งในประเทศและการส่งออก คนที่รักสุขภาพหันมาบริโภคผลิตภัณฑ์ Whole Wheat มากขึ้น ดังนั้นประเทศไทยสามารถลดนำเข้าและกลายเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีเฉพาะทางได้ในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง
สิปปวิชญ์ ปัญญาตุ้ย, จารุวี อันเซตา, ภัทรธีรา อินพลับ, เนตรนภา อินสลุด, และเทวินทร์ แก้วเมืองมูล. (2568). การวิเคราะห์พื้นที่เหมาะสม
สำหรับการปลูกข้าวสาลีในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS). วารสารวิทยาศาสตร์เกษตรและ
การจัดการม 8(1): 36-50. https://li02.tci-thaijo.org/index.php/JASM/article/view/625
ข้าวสาลี. (1 มิถุนายน 2567). ข้าวสาลี ใน วิกิพิเดีย. https://th.wikipedia.org/wiki/ข้าวสาลี
